เมื่อวันที่ ๑๓ มี.ค.๖๙ น.อ.พิสุทธิ์ แดงเผือก ร.น. ผชท.ทร.ไทย/โรม และ รรก.ผชท.ทหาร ไทย/โรม เข้ารับฟังการบรรยายสรุปนโยบายของ ผบ.ทร.อิตาลี ประจำปี ๒๕๖๙ - ๒๕๗๐ (Linee di indirizzo del Sig. Capo di Stato Maggiore della Marina) ณ กองบัญชาการกองทัพเรืออิตาลี โดยมี Admiral Giuseppe Berutti Bergotto ผบ.ทร.อิตาลี กรุณาให้เกียรติเป็นประธานฯ ในการบรรยายสรุปครั้งนี้
ในการนี้มีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรืออิตาลี ผชท.ทหารต่างประเทศที่ประจำการ ณ สาธารณรัฐอิตาลี ประมาณ ๖๐ คน เข้าร่วมรับฟังการบรรยายสรุป
สาระสำคัญของนโยบายของ ผบ.ทร.อิตาลี ประจำปี ๒๕๖๙ - ๒๕๗๐ มุ่งเน้นการเสริมสร้างขีดความสามารถกำลังรบ การพัฒนากำลังพล การปรับโครงสร้างองค์กร และการปรับปรุงกระบวนการทำงาน เพื่อให้กองทัพเรือสามารถปฏิบัติการในสภาพแวดล้อมความมั่นคงสมัยใหม่ ร่วมมือกับพันธมิตร และรักษาบทบาททางยุทธศาสตร์ในภูมิภาคสำคัญของโลก สรุปได้ดังนี้
๑. วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ (Objectives)
กองทัพเรืออิตาลีกำหนดแนวทางการพัฒนาเพื่อมุ่งสู่การเป็นกองทัพเรือที่มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพ และยึดกำลังพลเป็นศูนย์กลาง โดยมีเป้าประสงค์หลัก ดังนี้
(๑) พัฒนากองทัพเรือให้มีโครงสร้างกำลังรบ (Force Structure) ที่สามารถรองรับการปฏิบัติการทางทหารที่มีความเข้มข้นสูง (High-Intensity Operations) รวมถึงภัยคุกคามแบบผสมผสาน (Hybrid Threats) และปรับตัวได้อย่างรวดเร็วต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง
(๒) สร้างอิทธิพลและผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมให้ความสำคัญต่อพื้นที่ยุทธศาสตร์อื่นๆ ได้แก่ ภูมิภารอาร์กติกและภูมิภาคอินโด - แปซิฟิก
(๓) เสริมสร้างความร่วมมือทางทหารกับประเทศพันธมิตรและชาติต่างๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพและความร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกัน
(๔) พัฒนาองค์กรให้มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทันสมัย สนับสนุนคุณภาพชีวิตกำลังพล และใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
๒. การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แบ่งออกเป็น ๔ มิติหลัก ได้แก่
(๑) Naval Capability – ขีดความสามารถกำลังรบทางเรือ
- จัดทำและดำเนินการตามแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถกองทัพเรือ (Naval Capability Development) มุ่งสู่เป้าหมายระยะยาวประมาณปี ค.ศ.๒๐๓๐ – ๒๐๕๐
- เสริมสร้างกำลังรบที่เพียงพอต่อการปฏิบัติการ (Critical Mass) โดยบูรณาการการใช้ระบบยุทโธปกรณ์ที่มีผู้ปฏิบัติงานควบคุม (Manned Systems) ร่วมกับระบบไร้คนควบคุม (Unmanned Systems) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการปฏิบัติการ
- ยกระดับเทคโนโลยีทางยุทธวิธีและเสริมศักยภาพผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านภายในกองทัพเรือ
- ปรับโครงสร้างระบบสั่งการและควบคุม (C2) เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการบูรณาการข้อมูลทางยุทธศาสตร์
- เสริมความเข้มแข็งด้านการส่งกำลังบำรุง การสนับสนุนฐานทัพ และคลังอาวุธเพื่อความพร้อมรบสูงสุด
(๒) Personnel – กำลังพล
- ดำเนินแผนสนับสนุนกำลังพลและเส้นทางการพัฒนาอาชีพ (Career Path) เพื่อสร้างความพร้อมเชิงยุทธวิธี
- ปรับระบบการศึกษาและการฝึกอบรมให้สอดคล้องกับวิวัฒนาการเทคโนโลยีทางทหาร
- ส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพนายทหารและนายทหารประทวน รวมถึงการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ
- ดำเนินมาตรการเพื่อเพิ่มความน่าสนใจของการรับราชการและรักษากำลังพลคุณภาพสูง
(๓) Organisation – โครงสร้างและการบริหารองค์กร
- ปรับปรุงคุณภาพการบริการ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบสนับสนุนกำลังพลให้พร้อมปฏิบัติการ
- นำแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารองค์กร
- ส่งเสริมวัฒนธรรมการสื่อสารภายในองค์กร (Commander’s Dialogue) เพื่อการสั่งการและควบคุมที่มีประสิทธิภาพ
- พิจารณาการกระจายอำนาจการบริหารเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความรวดเร็วในการตัดสินใจเชิงยุทธการ
(๔) Processes – กระบวนการปฏิบัติงาน
- ปรับปรุงกฎระเบียบและกระบวนการปฏิบัติ การจัดการข้อมูล และการสื่อสารจากรูปแบบอนาล็อกหรือกระดาษไปสู่ระบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความสามารถในการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับการปฏิบัติ
- ดำเนินโครงการที่ให้ผลตอบแทนเชิงยุทธศาสตร์สูง (High-Return Projects) พร้อมระบบติดตามผลการปฏิบัติแบบเรียลไทม์
- เพิ่มการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อเสนอแนะ และบทเรียนจากการปฏิบัติ (Lessons Learned) เพื่อพัฒนากำลังรบต่อเนื่อง
- สร้างระบบการสื่อสารภายในที่มีประสิทธิภาพ สนับสนุน การตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์และการสั่งการหน่วยปฏิบัติการ