สรุปข่าวสำคัญจากสื่อมวลชนไทย ประจาวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568
โดยกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ดังนี้
1. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดาเนินเยือนจีน อย่างเป็นทางการ รว. 13 - 17 พ.ย. 2568 โดยการเสด็จฯ เยือนครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ทาง ปวศ. ที่พระมหากษัตริย์ไทยเสด็จฯ เยือนจีนเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการเน้นย้า คสพ. ของทั้งสอง ปท. ในโอกาสครบรอบ 50 ปี คสพ.ฯ ในการนี้ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ นรม. และ รมว.กต. ติดตาม ขบวนเสด็จในฐานะ รมต. เกียรติยศ (หลายสานัก)
ไทยรัฐ https://www.thairath.co.th/news/politic/2895241
The Standard https://www.facebook.com/share/p/1DZmKyCvAM/
ประชาชาติ https://www.prachachat.net/breaking-news/news-1919664
2. รนรม./รมว.ทส. เป็น ปธ. กปช. อนุ กก. ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้าในแหล่งน้าผิวดิน ครั้งที่ 1/2568 เพื่อติดตามการตรวจสอบการปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ากก แม่น้ารวก แม่น้าสาย แม่น้าโขง และแม่น้าสาละวิน รวมถึงติดตามผลการตรวจวัดคุณภาพน้า สุขภาพ ปชช. ใน พท. และพืชผลทางการเกษตร เน้นย้าถึงความสาคัญของการสื่อสารข้อเท็จจริงสู่ ปชช. อย่างต่อเนื่อง และได้มีการจัดตั้ง (1) คทง. ด้าน การประสาน ครม. รปท. (2) คทง. ติดตามสถานการณ์และผลกระทบต่อสุขภาพ และ (3) คทง. ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการแหล่งน้า (หลายสานัก)
มติชน https://www.matichon.co.th/politics/news_5454780
Thai PBS https://www.thaipbs.or.th/news/content/358499
The Reporters https://www.thereporters.co/environment/1311251801/
3. รมว.กห. ยืนยันว่าไทยได้ระงับการดาเนินการตามถ้อยแถลงไทย - กพช. และจะปกป้องอธิปไตยไทยตามกฎการใช้กาลัง หลังเหตุการณ์ที่บ้านหนองหญ้าแก้ว จ. สระแก้ว เชื่อว่าเป็นการยั่วยุและจัดฉากของ กพช. โดยมุ่งหวังให้ประชาคมโลกเห็นว่าเป็นฝ่ายถูกกระทา โดยได้โทรศัพท์หารือกับ รนรม./รมว.กห. กพช. ถึงปฏิบัติการในพื้นที่พลเรือนว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทา ทั้งยังย้าจุดยืนว่าจะไม่มี กปช. GBC อีก และให้ใช้กลไก ของ รบ. หรือ กต. แทน พร้อมทั้งขอ ครม. สื่อมวลชนและบุคคลภายนอกไม่ให้เผยแพร่ข้อมูลทางทหาร (หลายสานัก)
ไทยรัฐ https://www.thairath.co.th/news/politic/2895358
ผู้จัดการ https://mgronline.com/politics/detail/9680000108485
NBT https://thainews.prd.go.th/regionnews/news/view/1557568/?bid=1
4. รมว.พณ. ยืนยันว่าการเจรจาการค้า รว. ไทยกับสหรัฐฯ ยังคงดาเนินต่อไป และไม่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์ไทย - กพช. โดยผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ยืนยันใน ทปช. เอเปคว่าสหรัฐฯ จะแยกประเด็นการเมืองออกจากการค้า และมีเป้าหมายร่วมกับไทยที่จะผลักดันให้การเจรจาสาเร็จภายในปลายปีนี้ นอกจากนี้ ในการหารือกับ USABC ฝ่ายสหรัฐฯ มีมุมมองว่าไทยเป็น ปท. สาคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง และเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ แม้จะมีประเด็นความท้าทาย จาก นยบ. ภาษีของสหรัฐฯ ก็ตาม (หลายสานัก)
ผู้จัดการ https://mgronline.com/business/detail/9680000108469
TNN https://www.tnnthailand.com/wealth/217198/
เดลินิวส์ https://www.dailynews.co.th/news/5296902/
5. รมว.พณ. พบหารือกับ ออท. อินเดีย/ปทท. เห็นพ้องที่จะยกระดับ คสพ. ทาง ศก. และการค้าสู่การเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ โดยไทยเล็งเห็นถึงศักยภาพของอินเดียในฐานะ ปท. ศก. ขนาดใหญ่อันดับ 4 ของโลก และมีกาลังซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงเสนอให้อินเดียสานต่อการเจรจาจัดทา FTA แบบครอบคลุม ขณะที่ ในระยะสั้นจะเร่งรัดการจัดทา คตล. ยอมรับร่วมด้านมาตรฐานสินค้า และริเริ่มใช้หนังสือรับรองถิ่นกาเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้งยังเห็นชอบร่วมกันที่จะส่งเสริมการเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่าในสินค้าที่เกื้อกูลกัน โดยใช้ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์เชื่อมอินเดียสู่อาเซียนและเอเชียตะวันออก (หลายสานัก)
ประชาชาติ https://www.prachachat.net/breaking-news/news-1919547
TNN https://www.tnnthailand.com/wealth/economy/217183/
The Better https://www.thebetter.co.th/news/business/37481
6. อธ. กรมสารนิเทศ/โฆษก กต. แถลงยืนยันว่าทหาร กพช. เป็นฝ่ายเริ่มยิงเข้ามาในบริเวณชายแดน บ้านหนองหญ้าแก้ว จ. สระแก้ว ทาให้ไทยต้องยิงแจ้งเตือนเพื่อปกป้องอธิปไตยไทยและป้องกันตนเอง ตาม กม.รปท. โดยการกระทาของฝ่าย กพช. ถือเป็นการละเมิดถ้อยแถลงไทย - กพช. อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับกรณีการลอบวางทุ่นระเบิดใหม่ในพื้นที่ห้วยตามาเรีย จ. ศรีสะเกษ ไทยจึงได้ประท้วง กพช. ทั้ง 2 กรณี และได้ทา นส. ไปยัง ญป. ในฐานะ ปธ. อนุสัญญาออตตาวา และจะส่งหนังสือถึง ลธ. UN นอกจากนี้ นรม./รมว.มท. ได้มี นส. ถึง นรม. มซ. และ ปธน. สหรัฐฯ แล้ว โดยวันนี้ (14 พ.ย. 2568) คณะ AOT จะลง พท. ทั้ง 2 แห่งเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง (หลายสานัก)
อมรินทร์ https://www.amarintv.com/news/politic/530201
Nation https://www.nationtv.tv/politic/378969387
The Reporters https://www.facebook.com/share/p/1RbpGVRXVJ/
7. นายกัณวีร์ฯ สส. พรรคเป็นธรรม เปิดเผยว่าได้รับการประสานงานจากมูลนิธิอิมมานูเอลว่ามีคนไทยเสียชีวิตใน กพช. เพิ่มอีก 1 ราย คือ น.ส. สุดา ชลเขตต์ ซึ่งถูกหลอกไปทางานที่ศูนย์สแกมเมอร์และถูกทาร้ายร่างกายจนเสียชีวิตหลังขอ คชล. แต่ไม่สาเร็จ โดยร่างถูกนาไปไว้ที่กรุงพนมเปญ นอกจากนี้ ข้อมูลจากมูลนิธิฯ ยังระบุว่าในอาคารที่ น.ส. สุดาฯ ทางานในเมืองปอยเปต ยังมีคนไทยอีกกว่า 100 คนที่ถูกทาร้าย และในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มีชาวไทยเสียชีวิตใน กพช. ไม่ต่ากว่า 5 ราย จึงเรียกร้องให้ รบ. เร่งตั้งชุดเฉพาะกิจ ประสานงานแบบทวิภาคีร่วมกับภาคประชาสังคม เพื่อเข้าช่วยเหลือคนไทยโดยเร็ว (หลายสานัก)
TOJO News https://tojo.news/people-13112025-5/
อมรินทร์ https://www.amarintv.com/news/politic/530197
The Reporters https://www.facebook.com/share/p/17uKW9Vhdj/
8. ปธน. สหรัฐฯ ได้ลงนามบังคับใช้ร่าง กม. งปม. ฉบับฉุกเฉินชั่วคราวเพื่อยุติการชัตดาวน์ของ รบ. ที่ยืดเยื้อ มายาวนานถึง 43 วัน หลังสภาฯ มีมติ 222 ต่อ 209 เสียง โดยร่าง กม. จะจัดสรร งปม. ชั่วคราวในระดับเดิมให้กับหน่วยงาน รบ. ส่วนใหญ่ไปจนถึงวันที่ 30 ม.ค. 2569 และจะจัดสรร งปม. เต็มปีให้กับบางหน่วยงานรวมถึงโครงการคูปองอาหาร นอกจากนี้ ยังระบุให้มีการยกเลิกคาสั่งปลด พนง. ลูกจ้าง รบ. ที่ประกาศ ในช่วงชัตดาวน์ และจ่ายเงินเดือนย้อนหลังแก่ พนง. ของ รบ. ทุกคนที่ไม่ได้รับค่าจ้างในช่วงที่ผ่านมาด้วย (หลายสานัก)
สยามรัฐ https://siamrath.co.th/contents/110086
ผู้จัดการ https://mgronline.com/around/detail/9680000108677
มติชน https://www.matichon.co.th/foreign/news_5454752
9. สนข. BBC ออกแถลงการณ์ขอโทษ ปธน. สหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ หลังยอมรับว่ามีการตัดต่อคาพูด ในรายการสารคดี “Panorama” โดยนาข้อความสุนทรพจน์จากช่วงเวลาต่างกันมาต่อกันทาให้เกิด ความเข้าใจผิดว่า ปธน. ทรัมป์ เรียกร้องให้ใช้ความรุนแรงโดยตรงในเหตุจลาจลรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2564 แต่ปฏิเสธข้อเรียกร้องขอค่าชดเชย เนื่องจากไม่เห็นด้วยว่ามีมูลเหตุสาหรับการฟ้องร้องหมิ่นประมาท ขณะที่ ปธน. ทรัมป์ ยืนยันว่าจะเดินหน้าฟ้องร้องต่อไป และเรียกร้องให้ BBC ถอดสารคดีดังกล่าวออก (หลายสานัก)
TNN https://www.tnnthailand.com/world/217163/
ไทยรัฐ https://www.thairath.co.th/news/foreign/2895451
ไทยโพสต์ https://www.thaipost.net/abroad-news/894765/
สรุปประมวลท่าทีสื่อต่างประเทศต่อประเทศไทย ประจาวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568
โดยกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ดังนี้
1. CGTN (จีน) / SCMP (ฮ่องกง) / BBC (สหราชอาณาจักร) / Anadolu Agency (ตุรกี) / หลายสานัก - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดาเนินถึงกรุงปักกิ่ง เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 13 พ.ย. 2568 นับเป็นการเสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของพระมหากษัตริย์ไทยครั้งแรก นับตั้งแต่การสถาปนา คสพ. ทางการทูต โดยจะพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ปธน. และ นรม. จีนเข้าเฝ้าฯ ทั้งยังเป็นการส่งเสริม คสพ. ของทั้งสอง ปท. ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
BBC - https://www.bbc.com/news/articles/c0l750p7y5no
Anadolu Agency - https://www.aa.com.tr/en/asia-pacific/thai-king-vajiralongkorn-makes-1st-trip-to-china-in-50-years/3743011
2. Bernama (มาเลเซีย) - นรม. มซ. เปิดเผยหลังหารือทางโทรศัพท์กับ นรม./รมว.มท. ไทย และ นรม. กพช. ว่า ทั้งสอง ปท. ได้ตอบสนองในเชิงบวกและยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการหาทางออกด้วยสันติวิธี ซึ่งเป็นไป ตามตามถ้อยแถลงไทย - กพช. โดย มซ. พร้อมที่จะเป็นผู้อานวยความสะดวกให้เกิดสันติภาพ ซึ่งทั้งสอง ปท. ได้ขอบคุณ มซ. ต่อจุดยืนดังกล่าวทั้งในฐานะ ปธ. อาเซียน และเพื่อนบ้านในภูมิภาค
Bernama - https://www.bernama.com/en/general/news.php?id=2490562
3. AP (สหรัฐฯ) / Al Jazeera (กาตาร์) / หลายสานัก - ทางการ กพช. อพยพ ปชช. 250 ครัวเรือนออกจากพื้นที่บริเวณชายแดนไทย - กพช. ไปยังวัดที่อยู่ห่างจากชายแดนประมาณ 30 กม. หลังเกิดการปะทะเมื่อ 12 พ.ย. 2568 โดยต่างฝ่ายต่างกล่าวหาว่าอีกฝ่ายยั่วยุและเริ่มยิงก่อน ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 2 วันหลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดได้รับบาดเจ็บ ซึ่งไทยขอให้ กพช. แสดงความรับผิดชอบ ขณะที่ นรม. กพช. ออกมาเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเหตุการณ์ยิงเมื่อ 12 พ.ย. อย่างอิสระและเป็นธรรม
AP - https://apnews.com/article/cambodia-thailand-border-shooting-ac8659b858329a4fb45e3649759cbeae
Al Jazeera - https://www.aljazeera.com/news/2025/11/13/cambodia-evacuates-hundreds-from-disputed-thai-border-as-tensions-reignite
4. Xinhua/Global Times (จีน) - โฆษก กต. จีน ตอบคาถามกรณีไทยระงับการดาเนินการตามถ้อยแถลง ไทย - กพช. หลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเมื่อ 10 พ.ย. 2568 ว่าจีนได้รับทราบถึงพัฒนาการล่าสุดที่เกิดขึ้น และในฐานะ ปท. เพื่อนบ้านและมิตรที่ใกล้ชิด จีนหวังว่าไทยและ กพช. จะใช้ความยับยั้งชั่งใจ ประนีประนอมเข้าหากัน และหารืออย่างเป็นมิตรผ่านกลไกทวิภาคี เพื่อหาทางออกที่ยอมรับร่วมกันให้เร็วที่สุด และป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย ทั้งนี้ จีนยืนยันที่จะมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ต่อไป
Xinhua - https://english.news.cn/20251113/198da259872745f299e17500de422b1d/c.html
Global Times - https://www.globaltimes.cn/page/202511/1348114.shtml
5. Nikkei Asia (ญี่ปุ่น) - รายงานว่า MOU ว่าด้วยแร่ธาตุสาคัญที่สหรัฐฯ ทากับไทยและ มซ. เพื่อเข้าถึง และพัฒนาระบบห่วงโซ่อุปทานแร่ดังกล่าว กาลังเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักภายใน ปท. เนื่องจาก ความกังวลด้าน สวล. และ ศก. โดยพรรคฝ่ายค้านและนักวิทยาศาสตร์ สวล. ใน ปทท. เตือนว่า ข้อตกลง ที่ตีความได้ว่าให้สิทธิพิเศษแก่สหรัฐฯ ในการทาเหมืองแร่อาจสร้างความเสี่ยงต่อการเกิดมลพิษอย่างรุนแรง เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย - มม. โดยการทาเหมืองแร่ของบริษัทจีน
Nikkei Asia - https://asia.nikkei.com/economy/trade/thailand-malaysia-s-rare-earth-deals-with-us-face-local-opposition
6. Bloomberg (สหรัฐฯ) / The Straits Times (สิงคโปร์) - รมว.สธ. ไทย เปิดเผยหลัง กปช. คกก. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ว่า ทางการไทยจะนาร่องการจาหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รว. 14:00 - 17:00 น. เป็นระยะเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2568 ซึ่งการเปลี่ยนท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นไม่ถึงสัปดาห์หลังจากที่ รบ. เริ่มบังคับใช้ กม. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้มงวดมากขึ้นและก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ จากภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจ เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงที่ไทยพยายามดึงดูด นทท. จาก ตปท. เข้ามามากขึ้น
The Straits Times - https://www.straitstimes.com/asia/se-asia/thailand-reverses-afternoon-booze-ban-after-tourism-backlash
7. Nikkei Asia (ญี่ปุ่น) - กลุ่ม ปตท. เร่งกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาธุรกิจน้ามัน เพื่อการเติบโต ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของไทยภายในปี 2593 โดยจะใช้ งปม. 658 ล้านดอลลาร์สหรัฐซื้อกิจการ New Alvogen Group Holdings ซึ่งเป็น บ. วิจัยและผลิตยาในสหรัฐฯ สร้างฐานในตลาดสุขภาพและหลีกเลี่ยงกาแพงภาษีที่อาจเกิดขึ้น อีกทั้งได้ขยายธุรกิจไปสู่การวิจัยโพรไบโอติก และอื่น ๆ เช่น ร้าน Cafe Amazon และ found & found อย่างไรก็ดี แผนงานหลายอย่าง เช่น การสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้ากับ Foxconn ได้ล้มเลิกไป
Nikkei Asia - https://asia.nikkei.com/business/companies/thailand-s-ptt-turns-to-healthcare-to-reduce-exposure-to-oil-business
-----
8. Reuters (สหราชอาณาจักร) - หน่วยงานของ รบ. สหรัฐฯ กลับมาเปิดทาการอีกครั้งในวันที่ 13 พ.ย. 2568 หลังการชัตดาวน์ 43 วัน ซึ่งยาวนานที่สุดใน ปวศ. และส่งผลกระทบหลายส่วน ตั้งแต่การจราจรทางอากาศ ไปจนถึง คชล. ด้านอาหารแก่ผู้มีรายได้น้อย และทาให้ จนท. ของรัฐ 1.4 ล้านคนยังไม่ได้รับเงินเดือน อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งทางการเมือง รว. พรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต รวมถึงภายในพรรค ยังคงมีอยู่ โดยข้อตกลงจัดสรร งปม. ที่ทาให้ รบ. เปิดทาการ มีผลถึงวันที่ 30 ม.ค. 2569 เท่านั้น จึงเป็นไปได้ที่จะมีการชัตดาวน์อีก
Combined Links:
BBC - https://www.bbc.com/news/articles/c0l750p7y5no
Anadolu Agency - https://www.aa.com.tr/en/asia-pacific/thai-king-vajiralongkorn-makes-1st-trip-to-china-in-50-years/3743011
2. Bernama - https://www.bernama.com/en/general/news.php?id=2490562
3. AP - https://apnews.com/article/cambodia-thailand-border-shooting-ac8659b858329a4fb45e3649759cbeae
Al Jazeera - https://www.aljazeera.com/news/2025/11/13/cambodia-evacuates-hundreds-from-disputed-thai-border-as-tensions-reignite
4. Xinhua - https://english.news.cn/20251113/198da259872745f299e17500de422b1d/c.html
Global Times - https://www.globaltimes.cn/page/202511/1348114.shtml
5. Nikkei Asia - https://asia.nikkei.com/economy/trade/thailand-malaysia-s-rare-earth-deals-with-us-face-local-opposition
6. Bloomberg - https://www.bloomberg.com/news/articles/2025-11-13/thailand-u-turns-on-afternoon-booze-ban-after-tourism-backlash
The Straits Times - https://www.straitstimes.com/asia/se-asia/thailand-reverses-afternoon-booze-ban-after-tourism-backlash
7. Nikkei Asia - https://asia.nikkei.com/business/companies/thailand-s-ptt-turns-to-healthcare-to-reduce-exposure-to-oil-business
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ ทร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ ทร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้